หน้าแรก
ศูนย์ความรู้สุขภาพผู้หญิง
คุมกำเนิดแบบไหนดี? เปรียบเทียบแบบละเอียด ยาเม็ด ยาฉีด ยาฝัง และห่วงคุมกำเนิด
ถามที่ผู้หญิงถามบ่อยที่สุดคือ
“คุมกำเนิดแบบไหนดี?”
คำตอบไม่มีแบบเดียวที่ดีที่สุด
แต่มีแบบที่ “เหมาะกับร่างกายและไลฟ์สไตล์” ของแต่ละคน
ที่ Femily Wellness Clinic
ผู้ป่วยจำนวนมากลังเลระหว่าง 4 วิธีหลัก ได้แก่:
ยาเม็ดคุมกำเนิด
ห่วงอนามัย (IUD)
ยาฝังคุมกำเนิด
ยาฉีดคุมกำเนิด
บทความนี้จะอธิบายแบบละเอียดและตรงไปตรงมา
1️⃣ ยาเม็ดคุมกำเนิด (oral contraceptive pill)

หลักการทำงาน
ฮอร์โมนเอสโตรเจน + โปรเจสติน
ยับยั้งการตกไข่ และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง
ประสิทธิภาพ
ใช้อย่างถูกต้อง: >99%
ใช้ในชีวิตจริง (มีลืมบ้าง กินไม่ตรงเวลาบ้าง): ประมาณ 91%
ข้อดี
รอบเดือนสม่ำเสมอ
ลดปวดประจำเดือน
ลดสิวบางราย
ข้อเสีย
ต้องกินทุกวัน
คลื่นไส้ในช่วงแรก
เสี่ยงลืมกินยา
โรคประจำตัวบางโรค ไม่ควรกิน
เหมาะกับ
ผู้หญิงที่มีวินัยดี และต้องการควบคุมรอบเดือน
2️⃣ ห่วงอนามัย (Intrauterine Device: IUD)

มี 2 ชนิด:
ห่วงทองแดง (ไม่มีฮอร์โมน)
ห่วงฮอร์โมน
ประสิทธิภาพ 99%
ข้อดี
ไม่ต้องจำทุกวัน
อยู่ได้นาน 3–10 ปี
ถอดออกแล้วตั้งครรภ์ได้เร็ว
ข้อเสีย
ต้องใส่และถอดโดยแพทย์
บางรายมีเลือดออกกะปริดกะปรอยช่วงแรก
เหมาะกับ
ผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิดระยะยาว
ห่วงฮอร์โมนช่วยลดประจำเดือนมากได้ดี
3️⃣ ยาฝังคุมกำเนิด (Implant Contraception)

ฝังใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขน
ปล่อยฮอร์โมนโปรเจสตินต่อเนื่อง
ประสิทธิภาพ
99% (สูงมาก)
ข้อดี
อยู่ได้ 3-5 ปี
เหมาะกับคนขี้ลืม
ข้อเสีย
เลือดออกกะปริดกะปรอยพบได้บ่อย
ต้องใส่และถอดโดยแพทย์
เหมาะกับ
ในกลุ่มวัยทำงานที่ยุ่ง ยาฝังเป็นตัวเลือกที่นิยมมาก เพราะสะดวกและเสถียร
4️⃣ ยาฉีดคุมกำเนิด (Injectable Contraception)

ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นการให้ฮอร์โมนเข้าสู่ร่างกายทางกล้ามเนื้อ
เพื่อยับยั้งการตกไข่และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง
มี 2 ชนิดหลักที่ใช้กันทั่วไป:
แบบฉีดทุก 1 เดือน
แบบฉีดทุก 3 เดือน
🔹 แบบฉีดทุก 1 เดือน (Combined Injectable)
ประกอบด้วย
ฮอร์โมนเอสโตรเจน + โปรเจสติน
จุดเด่น
รอบเดือนมักยังมาใกล้เคียงปกติ
เลือดออกกะปริดกะปรอยน้อยกว่าแบบ 3 เดือน
ฮอร์โมนใกล้เคียงยาเม็ดชนิดฮอร์โมนรวม
ข้อควรพิจารณา
ต้องมาฉีดทุกเดือน
มีข้อห้ามในผู้ที่มีความเสี่ยงลิ่มเลือด เช่น สูบบุหรี่จัด หรืออายุมากกว่า 35 ปีร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น
🔹 แบบฉีดทุก 3 เดือน (DMPA – Progestin only)
มีเฉพาะฮอร์โมนโปรเจสติน
จุดเด่น
ไม่ต้องใช้เอสโตรเจน
เหมาะกับผู้ที่มีข้อห้ามใช้ฮอร์โมนรวม
ฉีดเพียงปีละ 4 ครั้ง (ทุก 3 เดือน)
ข้อควรพิจารณา
รอบเดือนอาจหายไป
เลือดออกกะปริดกะปรอยพบได้บ่อยช่วงแรก
หลังหยุด อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าการตกไข่จะกลับมา
หากใช้ระยะยาว ควรประเมินสุขภาพกระดูกตามความเหมาะสม
ตามแนวทางของ
World Health Organization
และ American College of Obstetricians and Gynecologists
การใช้ DMPA ระยะยาวสามารถทำได้ในผู้ที่ไม่มีข้อห้าม แต่ควรให้ข้อมูลเรื่องผลต่อมวลกระดูกแก่ผู้ป่วยก่อนตัดสินใจ
แนวทางการเลือกใช้
ในผู้ป่วยวัยทำงานที่ต้องการรอบเดือนคงที่
แบบฉีดทุก 1 เดือนมักได้รับความพึงพอใจมากกว่า
แต่ในผู้ที่ให้นมบุตร หรือมีข้อห้ามใช้เอสโตรเจน
แบบ 3 เดือนเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
สิ่งสำคัญคือการอธิบายเรื่อง “เลือดออกผิดปกติช่วงแรก” ให้เข้าใจ
เพราะหลายรายหยุดใช้เนื่องจากความกังวล ทั้งที่เป็นผลข้างเคียงที่พบได้และมักดีขึ้นตามเวลา
สรุปการเลือก
ต้องการรอบเดือนสม่ำเสมอ → ฉีดทุก 1 เดือน
ใช้เอสโตรเจนไม่ได้ / ให้นมบุตร → ฉีดทุก 3 เดือน
ไม่ต้องการให้ประจำเดือนมาบ่อย → ฉีดทุก 3 เดือน
การเลือกควรประเมินร่วมกับแพทย์ เพื่อดูความเสี่ยงเฉพาะบุคคล
ประเด็นเปรียบเทียบ | ฉีดทุก 1 เดือน | ฉีดทุก 3 เดือน |
ชนิดฮอร์โมน | เอสโตรเจน + โปรเจสติน | โปรเจสตินอย่างเดียว |
ความถี่ในการฉีด | ทุก 1 เดือน | ทุก 3 เดือน |
รอบเดือน | มาทุกเดือนตามปกติ | อาจมาน้อยลงหรือขาดไป |
เลือดออกกะปริดกะปรอย | พบได้น้อยกว่า | พบได้บ่อยช่วงแรก |
เหมาะกับใคร | คนต้องการรอบเดือนสม่ำเสมอ | คนที่ใช้เอสโตรเจนไม่ได้ |
การกลับมาตกไข่หลังหยุด | เร็วกว่า | อาจช้าหลายเดือน |
แล้วแบบไหน “ดีที่สุด”?
วิธี | ประสิทธิภาพ | ระยะเวลา | ต้องจำบ่อยไหม |
ยาเม็ด | ~91–99% | ทุกวัน | ใช่ |
ห่วง | >99% | 3–10 ปี | ไม่ |
ยาฝัง | >99% | 3-5 ปี | ไม่ |
ฉีดยา | ~94% | 1,3 เดือน | ทุก 1,3 เดือน |
ไม่มีแบบไหนดีที่สุด ต้องประเมินจาก:
อายุ
โรคประจำตัว
สูบบุหรี่หรือไม่
ต้องการมีบุตรเมื่อไร
มีปัญหารอบเดือนหรือไม่
ตามแนวทางของ
American College of Obstetricians and Gynecologists
แนะนำให้พิจารณา Long-Acting Reversible Contraception (LARC) เช่น ห่วงและยาฝัง เป็นตัวเลือกแรกในผู้หญิงที่ไม่มีข้อห้าม
คำถามที่พบบ่อย
ยาฝังทำให้อ้วนไหม?
บางรายมีน้ำหนักเพิ่มเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ทุกคน
ใส่ห่วงเจ็บไหม?
อาจรู้สึกเกร็งช่วงสั้น ๆ ใช้เวลาไม่กี่นาที
หยุดฉีดยาแล้วตั้งครรภ์ช้าไหม?
อาจใช้เวลา 6–12 เดือน กว่ารอบเดือนจะกลับมาปกติ
ถ้าลืมกินยา 1 เม็ดทำอย่างไร?
ขึ้นอยู่กับสัปดาห์ของแผง ควรอ่านฉลากหรือปรึกษาแพทย์
สรุป
ถ้าต้องการความสะดวกสูงสุด → ยาฝังหรือห่วง
ถ้าต้องการควบคุมรอบเดือน → ยาเม็ด
ถ้าไม่ต้องการฮอร์โมนเอสโตรเจน → ยาฉีด, ยาฝัง หรือ ห่วง
การเลือกที่เหมาะสมควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง
เขียนโดย
นพ. วิชเดช วิชชุลดา
แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
กำลังศึกษาต่ออนุสาขา Maternal-Fetal Medicine โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ผลงานวิจัยตีพิมพ์ใน International Journal of Transgender Health
เอกสารอ้างอิง
American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG). Long-Acting Reversible Contraception Practice Bulletin.
World Health Organization. Medical eligibility criteria for contraceptive use.
Williams Obstetrics, 26th Edition.