ท้องนอกมดลูก อันตรายไหม? 6 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์ - Femily Wellness Clinic เฟมิลี่ คลินิกสูตินรีเวช อารีย์ ซอย 2

ท้องนอกมดลูก อันตรายไหม? 6 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์

ท้องนอกมดลูก อันตรายไหม? 6 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์

ท้องนอกมดลูก อันตรายไหม? 6 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์

ปวดท้องข้างเดียวตอนตั้งครรภ์ อันตรายไหม?
มีเลือดออกกะปริดกะปรอยหลังตรวจพบว่าท้อง ต้องกังวลหรือเปล่า?
ทำไม “ท้องนอกมดลูก” ถึงถูกจัดเป็นภาวะฉุกเฉิน?

ท้องนอกมดลูก (Ectopic pregnancy) เป็นภาวะที่ตัวอ่อนฝังตัวนอกโพรงมดลูก ซึ่งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยเร็ว อาจทำให้เกิดการตกเลือดในช่องท้องและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แม้จะพบไม่บ่อยเท่าการตั้งครรภ์ปกติ แต่เป็นภาวะที่ต้องระวังอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์ระยะแรก

ท้องนอกมดลูกคืออะไร?

โดยปกติ ตัวอ่อนจะฝังตัวในโพรงมดลูก
แต่ในภาวะท้องนอกมดลูก ตัวอ่อนจะไปฝังที่ตำแหน่งอื่น เช่น

  • ท่อนำไข่ (พบบ่อยที่สุด)

  • รังไข่

  • ปากมดลูก

  • ช่องท้อง

ตำแหน่งเหล่านี้ไม่สามารถขยายตัวรองรับการตั้งครรภ์ได้ จึงเสี่ยงต่อการแตกและตกเลือด

ตามแนวทางของ American College of Obstetricians and Gynecologists การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะต้นช่วยลดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างมาก

6 สัญญาณเตือนของท้องนอกมดลูก

Ruptured Ectopic Pregnancy: Signs, Symptoms, Treatment

1️⃣ ปวดท้องข้างเดียว

อาการเด่นคือปวดท้องน้อยด้านใดด้านหนึ่ง
อาจปวดแบบตื้อ ๆ หรือปวดเฉียบพลัน

2️⃣ มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด

เลือดมักออกกะปริดกะปรอย สีเข้มหรือน้ำตาล
หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นประจำเดือน

3️⃣ เวียนศีรษะ หน้ามืด

หากมีเลือดออกในช่องท้องมาก อาจทำให้ความดันตก
เกิดอาการหน้ามืด ใจสั่น หรือหมดสติได้

4️⃣ ปวดร้าวไปไหล่

ในบางกรณี เลือดในช่องท้องอาจระคายเคืองกระบังลม ทำให้ปวดร้าวขึ้นไหล่

5️⃣ ตรวจการตั้งครรภ์ขึ้นสองขีด แต่ไม่เห็นถุงตั้งครรภ์ในมดลูก

หากอัลตราซาวด์แล้วไม่พบถุงการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก ต้องสงสัยภาวะนี้

6️⃣ ระดับฮอร์โมน hCG เพิ่มขึ้นไม่เหมาะสม

แพทย์อาจติดตามระดับฮอร์โมน hCG หากเพิ่มขึ้นช้ากว่าปกติ อาจบ่งบอกการตั้งครรภ์ผิดตำแหน่ง


ทำไมท้องนอกมดลูกถึงน่ากลัว?

A cartoon of a human uterus

AI-generated content may be incorrect.

เพราะหากท่อนำไข่แตก อาจเกิดการตกเลือดภายในช่องท้องอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดทันที

ในอดีต ท้องนอกมดลูกเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในไตรมาสแรก
แม้ปัจจุบันการวินิจฉัยดีขึ้นมาก แต่ความเสี่ยงยังคงมีอยู่

ข้อมูลจาก World Health Organization ระบุว่าการเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาเร็วมีบทบาทสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตของมารดา

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงมากขึ้น?

  • เคยท้องนอกมดลูกมาก่อน

  • เคยผ่าตัดท่อนำไข่

  • มีประวัติติดเชื้ออุ้งเชิงกราน

  • ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์บางชนิด

อย่างไรก็ตาม บางรายไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจนเลยก็สามารถเกิดได้

วินิจฉัยอย่างไร?

การประเมินจะประกอบด้วย:

  • อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด

  • ตรวจระดับฮอร์โมน hCG

  • ประเมินอาการทางคลินิก


An ultrasound of a baby

AI-generated content may be incorrect.

รักษาอย่างไร?

ขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรง

  • กรณีระยะต้น อาจใช้ยา methotrexate เพื่อสลาย

  • หากมีภาวะแตกหรือเลือดออกมาก ต้องผ่าตัดฉุกเฉินเท่านั้น

การรักษาเร็วช่วยลดโอกาสสูญเสียท่อนำไข่และลดภาวะแทรกซ้อน

เมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที?

  • ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน

  • หน้ามืด เป็นลม

  • ปวดไหล่ร่วมกับเลือดออก

  • ใจสั่น เหงื่อแตก

ห้ามรอดูอาการเอง

สรุปสั้น ๆ

ท้องนอกมดลูกเป็นภาวะตั้งครรภ์ที่ตัวอ่อนฝังนอกโพรงมดลูก
อาจเริ่มจากอาการเล็กน้อย แต่สามารถรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว

หากตรวจการตั้งครรภ์ขึ้นสองขีด ควรเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันตำแหน่งการตั้งครรภ์ว่าอยู่ในโพรงมดลูกอย่างถูกต้อง 

การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไม่เพียงช่วยยืนยันตำแหน่งการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยง วางแผนการดูแลครรภ์ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายได้

การตรวจเร็วคือกุญแจสำคัญที่ช่วยป้องกันภาวะอันตรายร้ายแรง และเพิ่มความปลอดภัยให้กับคุณแม่มากที่สุด


A doctor and patient in a room

AI-generated content may be incorrect.

Femily Wellness Clinic 💛
ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางสูตินรีเวช พร้อมเครื่องอัลตราซาวด์ที่ให้ภาพชัดเจนและประเมินครรภ์ได้ละเอียด
บรรยากาศของคลินิกเน้นความอบอุ่น เป็นส่วนตัว และไม่เร่งรีบ
คลินิกตั้งอยู่ที่อารีย์ ซอย 2 เดินทางสะดวก ใกล้ BTS อารีย์ เพียง200เมตรเท่านั้น และมีบริการที่จอดรถให้ด้วย

ผู้เขียน

นพ. วิชเดช วิชชุลดา
แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
กำลังศึกษาต่ออนุสาขา Maternal-Fetal Medicine
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ผลงานวิจัยตีพิมพ์ใน International Journal of Transgender Health

เอกสารอ้างอิง

  1. American College of Obstetricians and Gynecologists. Ectopic Pregnancy Guidelines.

  2. World Health Organization. Maternal health recommendations.

  3. Williams Obstetrics, 26th Edition.