ฝากครรภ์ครั้งแรกต้องตรวจอะไรบ้าง? 7 เรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรรู้ก่อนมาพบแพทย์ - Femily Wellness Clinic เฟมิลี่ คลินิกสูตินรีเวช อารีย์ ซอย 2

ฝากครรภ์ครั้งแรกต้องตรวจอะไรบ้าง? 7 เรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรรู้ก่อนมาพบแพทย์

ฝากครรภ์ครั้งแรกต้องตรวจอะไรบ้าง? 7 เรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรรู้ก่อนมาพบแพทย์

ฝากครรภ์ครั้งแรกต้องตรวจอะไรบ้าง? 7 เรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรรู้ก่อนมาพบแพทย์

A pregnant person holding her hands on her stomach

AI-generated content may be incorrect.

ทำไมต้องฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ?
ต้องฝากครรภ์กี่สัปดาห์ดี?
แล้วต้องฝากครรภ์ครั้งแรกต้องตรวจอะไรบ้าง?

คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณแม่มือใหม่กังวลมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งตรวจพบว่าตั้งครรภ์ หลายคนไม่แน่ใจว่าควรมาพบแพทย์เมื่อไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร และการตรวจครั้งแรกจะมีอะไรบ้าง

บทความนี้จะสรุป 7 เรื่องสำคัญที่ควรรู้ก่อนมาฝากครรภ์ครั้งแรก แบบเข้าใจง่าย แต่ครบตามหลักการแพทย์ เพื่อให้คุณแม่มั่นใจตั้งแต่ก้าวแรกของการตั้งครรภ์

ฝากครรภ์ครั้งแรกควรมากี่สัปดาห์?

โดยทั่วไป แนะนำให้มาพบแพทย์เมื่ออายุครรภ์ประมาณ 6–8 สัปดาห์ หรือทันทีที่ตรวจพบการตั้งครรภ์จากชุดตรวจปัสสาวะ

การมาฝากครรภ์ตั้งแต่ไตรมาสแรกมีความสำคัญ เพราะช่วยให้แพทย์สามารถ:

  • ยืนยันว่าตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก

  • ประเมินอายุครรภ์ได้แม่นยำ

  • คัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ต้น

ตามคำแนะนำของ World Health Organization การเริ่มดูแลครรภ์เร็วช่วยลดภาวะแทรกซ้อนทั้งในแม่และทารกได้อย่างมีนัยสำคัญ

7 อย่างที่ต้องตรวจในการฝากครรภ์ครั้งแรก

1. อัลตราซาวด์ยืนยันอายุครรภ์

Figure 1

การอัลตราซาวด์ครั้งแรกมีจุดประสงค์เพื่อ:

  • ยืนยันตำแหน่งการตั้งครรภ์ว่าอยู่ในโพรงมดลูก

  • ตรวจดูการเต้นของหัวใจทารก

  • วัดขนาดตัวอ่อนเพื่อคำนวณอายุครรภ์

ช่วงไตรมาสแรก เป็นช่วงที่คำนวณอายุครรภ์ได้แม่นยำที่สุด และช่วยกำหนดวันคลอดได้ชัดเจน

2. ตรวจเลือดพื้นฐาน

การตรวจเลือดเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยประเมินสุขภาพของคุณแม่ตั้งแต่ต้น ได้แก่:

  • หมู่เลือด ABO และ Rh

  • ระดับความเข้มข้นของเลือด (คัดกรองภาวะซีด)

  • การคัดกรองเบาหวานเบื้องต้น

  • ไวรัสตับอักเสบบี

  • ซิฟิลิส

  • HIV

การตรวจเหล่านี้ช่วยวางแผนป้องกันภาวะเสี่ยง เช่น การถ่ายทอดเชื้อสู่ทารก หรือภาวะซีดที่อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก

3. ตรวจปัสสาวะ

ใช้ประเมินการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ น้ำตาล และโปรตีนในปัสสาวะ ซึ่งบางครั้งคุณแม่อาจไม่มีอาการ แต่ถ้าไม่รักษาอาจกระทบต่อการตั้งครรภ์ได้

4. ซักประวัติและประเมินโรคประจำตัว

แพทย์จะซักประวัติอย่างละเอียด เช่น

  • โรคประจำตัว (เบาหวาน ความดัน ไทรอยด์)

  • ประวัติการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด

  • การใช้ยาและอาหารเสริม

  • ประวัติครอบครัวที่มีโรคทางพันธุกรรม

จุดนี้สำคัญมาก เพราะบางภาวะต้องปรับแผนดูแลตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะในคุณแม่ที่มีโรคเรื้อรัง

5. คัดกรองความเสี่ยงโครโมโซม

ช่วงอายุครรภ์ 11–13 สัปดาห์ สามารถตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมและความผิดปกติของโครโมโซมได้ เช่น

  • การตรวจ NT scan

  • การตรวจ NIPT

ตามแนวทางของ American College of Obstetricians and Gynecologists แนะนำให้เสนอการคัดกรองโครโมโซมแก่หญิงตั้งครรภ์ทุกราย ไม่จำกัดเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุมาก

6. ประเมินโภชนาการและวิตามินที่จำเป็น

แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับ:

  • การรับประทานโฟลิกอย่างน้อย 400–800 ไมโครกรัมต่อวัน

  • การเสริมธาตุเหล็ก

  • การควบคุมน้ำหนักตามเกณฑ์

การได้รับโฟลิกตั้งแต่ไตรมาสแรกช่วยลดความเสี่ยงความผิดปกติของระบบประสาททารกได้อย่างชัดเจน

7. วางแผนการดูแลครรภ์ต่อเนื่อง

หลังจากตรวจพื้นฐานเสร็จ แพทย์จะอธิบายแผนการนัดติดตาม เช่น

  • ตารางนัดในแต่ละไตรมาส

  • การตรวจโครงสร้างทารกช่วง 18–22 สัปดาห์

  • การฉีดวัคซีนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือ Tdap

การมีแผนชัดเจนตั้งแต่ต้น ช่วยให้คุณแม่รู้สึกมั่นใจและเตรียมตัวได้ถูกต้อง

ฝากครรภ์ครั้งแรก ราคาเท่าไร?

ฝากครรภ์ครั้งแรกที่ Femily Wellness Clinic ราคา 2,990 บาท

แพ็กเกจนี้ครอบคลุม:

  • ตรวจร่างกายละเอียดโดยสูตินรีแพทย์

  • อัลตราซาวด์ประเมินอายุครรภ์

  • ตรวจตำแหน่งการตั้งครรภ์และฟังเสียงหัวใจทารก

  • ตรวจเลือดและปัสสาวะ

  • ประเมินความเสี่ยงของการตั้งครรภ์

  • รับยาบำรุงครรภ์ตามความเหมาะสม

หากเพิ่งตรวจพบการตั้งครรภ์ และต้องการเริ่มดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่สัปดาห์แรก การฝากครรภ์เร็วคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพของทั้งคุณแม่และลูกน้อย 💛

ควรเลือกฝากครรภ์ที่ไหนดี?

ควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้:

  • มีแพทย์เฉพาะทางสูตินรีเวช

  • มีเครื่องอัลตราซาวด์คุณภาพดี

  • อธิบายผลตรวจอย่างละเอียด เข้าใจง่าย

  • เดินทางสะดวก

  • บรรยากาศเป็นส่วนตัว ไม่เร่งรีบ

เพราะการฝากครรภ์ไม่ใช่แค่ “มาตรวจตามนัด” แต่คือการดูแลต่อเนื่องตลอด 9 เดือน คุณแม่ควรรู้สึกสบายใจ กล้าถาม และได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนทุกครั้งที่มาพบแพทย์


A doctor and patient in a room

AI-generated content may be incorrect.

Femily Wellness Clinic 💛
ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางสูตินรีเวช พร้อมเครื่องอัลตราซาวด์ที่ให้ภาพชัดเจนและประเมินครรภ์ได้ละเอียด

บรรยากาศของคลินิกเน้นความอบอุ่น เป็นส่วนตัว และไม่เร่งรีบ เพื่อให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่มาตรวจ

คลินิกตั้งอยู่ที่อารีย์ ซอย 2 เดินทางสะดวก ใกล้ BTS อารีย์ เพียง200เมตรเท่านั้น และมีบริการที่จอดรถให้ด้วย

สรุปสั้น ๆ

ฝากครรภ์ครั้งแรกควรมาพบแพทย์ประมาณ 6–8 สัปดาห์
การตรวจหลักประกอบด้วย อัลตราซาวด์ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และประเมินสุขภาพคุณแม่อย่างละเอียด

การเริ่มดูแลตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยง และวางแผนครรภ์ได้อย่างมั่นใจ

หากเพิ่งทราบว่าตั้งครรภ์ และยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นอย่างไร การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้คุณแม่วางแผนได้เหมาะสมกับสุขภาพของตนเองมากที่สุด

ผู้เขียน

นพ. วิชเดช วิชชุลดา
แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
กำลังศึกษาต่ออนุสาขา Maternal-Fetal Medicine
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ผลงานวิจัยตีพิมพ์ใน International Journal of Transgender Health

เอกสารอ้างอิง

  1. World Health Organization. WHO recommendations on antenatal care.

  2. American College of Obstetricians and Gynecologists. Practice Bulletin: Prenatal Care.

  3. Williams Obstetrics, 26th Edition.